วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 18:43:05 น. มติชนออนไลน์
รายงาน : สถานการณ์มลพิษ 2552 ทรงๆ ทรุดๆ หมายเหตุ เมื่อ วันที่ 28 ธันวาคม นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)แถลง ข่าวสถานการณ์มลพิษตลอดปี 2552 ที่ผ่านมา *************************************************************************** สถานการณ์คุณภาพน้ำ คุณภาพน้ำผิวดิน อยู่ ในเกณฑ์ดีร้อยละ 29 พอใช้ร้อยละ 41 และเสื่อมโทรม ร้อยละ 30 ถือว่ากว่าในปี 2551 ทั้งนี้มีแหล่งน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ดีแต่ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมในปี 2552 ได้แก่ แควใหญ่ สำหรับแหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ แต่ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม ได้แก่ ป่าสัก เจ้าพระยาตอนกลาง อูน สงคราม เลย หนองหาน และปากพนัง แหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ แต่ปรับขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ดี ได้แก่ ปิง วัง กุยบุรี เสียว ชี พังราด และตาปีตอนล่าง และแหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมแต่ปรับขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์พอ ใช้ ได้แก่ สะแกกรัง ปัตตานีตอนบน ปัตตานีตอนล่าง และทะเลสาบสงขลา เมื่อ เปรียบเทียบคุณภาพน้ำ 2 ปีย้อนหลัง พบว่า บริเวณที่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมากแต่ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ดี ได้แก่ เกาะเสม็ด จ.ระยอง เกาะสีชัง และช่องแสมสาร จ.ชลบุรี อ่าวสะพลี หาดทุ่งวัวแล่น หาดทรายรีตอนกลาง จ.ชุมพร เกาะสมุย และเกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี หาดหินงาม จ.นครศรีธรรมราช หาดสมิหลา จ.สงขลา บ้านบ่อม่วง จ.ตรัง บริเวณที่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้แต่ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และบริเวณที่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมแต่ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์เสื่อม โทรมมาก ได้แก่ ปากแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ปากแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม และปากแม่น้ำบ้านแหลมด้านกลาง จ.เพชรบุรี คุณภาพ น้ำบาดาล ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำบาดาล ดี ถึง พอใช้ โดยพบการปนเปื้อนจากเหล็ก แมงกานีส ฟลูออไรด์ที่เกินมาตรฐานน้ำดื่มบ้างในบางบริเวณของภาคเหนือ ภาคตะวันออก สำหรับปัญหาน้ำบาดาลเค็ม พบบางบริเวณของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณชายฝั่งทะเล และปากแม่น้ำ ปัญหาน้ำกระด้าง พบที่ชั้นน้ำบาดาลบริเวณชั้นหินปูน เช่น จ.สระบุรี นครราชสีมา นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของสารเคมีจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การลักลอบทิ้งสารเคมีที่ตำบลกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2547 ทำให้สารเคมีจากกากของเสียถูกชะลงใต้ดิน และไหลซึมผ่านหน้าดินลงสู่ชั้นน้ำบาดาลซึ่งเป็นหินแข็ง สถานการณ์คุณภาพอากาศและระดับเสียง มี แนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปัญหาหลักยังคงเป็นฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน รองลงมาคือ ก๊าซโอโซน สำหรับฝุ่นรวม ตรวจพบเกินมาตรฐานเป็นครั้งคราวในพื้นที่ริมถนน ส่วนสารมลพิษชนิดอื่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พื้นที่ที่พบปัญหาฝุ่นขนาดเล็กเกินมาตรฐานมากที่สุด ได้แก่ จ.สระบุรี และพื้นที่ที่พบก๊าซโอโซนเกินมาตรฐานมากที่สุด ได้แก่ จ.นนทบุรี คุณภาพ อากาศในกรุงเทพมหานค(กทม.) : ฝุ่นขนาดเล็กยังคงเป็นปัญหาหลักในบริเวณริมถนน ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ในช่วง 15.5 – 183.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐานร้อยละ 3.5 (มาตรฐาน ไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.) ซึ่งมีปริมาณลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา แหล่งกำเนิดหลักมาจากยานพาหนะ พื้นที่ที่มีฝุ่นขนาดเล็กสูงเกินมาตรฐาน ได้แก่ ถ.พระราม 6 ถ.ดินแดง ถ.พหลโยธิน และถ.พระราม 4 สำหรับ ถ.อินทรพิทักษ์ และถ.ลาดพร้าว ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คุณภาพ อากาศในเขตปริมณฑล พบว่าใน จ.สมุทรปราการ ยังคงเป็นพื้นที่ที่พบปัญหาฝุ่นขนาดเล็กมากที่สุด โดยค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ในช่วง 10.6 – 152.4 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานร้อยละ 1.5 สำหรับก๊าซโอโซนพบเกินมาตรฐานเป็นครั้งคราวในทุกพื้นที่ โดยพบมากที่สุดที่ จ.นนทบุรี เกินมาตรฐานร้อยละ 0.6 รองลงมาได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และ ปทุมธานี เกินมาตรฐานร้อยละ 0.4 0.3 และ 0.2 ตามลำดับ ส่วนสารมลพิษชนิดอื่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คุณภาพ อากาศในพื้นที่ต่างจังหวัด : ปัญหาหลักเกิดจากฝุ่นขนาดเล็ก และก๊าซโอโซน โดยพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นขนาดเล็กมากที่สุด ได้แก่ ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 10.9 – 225.5 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานร้อยละ 23.1 สาเหตุหลักเกิดจากอุตสาหกรรมโม่ บด และย่อยหิน อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และกิจกรรมการขนส่งและการจราจรในพื้นที่ สถานการณ์ ระดับเสียง ระดับเสียงริมเส้นทางจราจรและพื้นที่ทั่วไปในกทม.และปริมณฑลมีแนวโน้มลดลง จากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยระดับเสียงริมถนนในกทม.มีค่าอยู่ในช่วง 62.0 – 78.9 เดซิเบลเอ บริเวณที่มีค่าเกินมาตรฐาน 70 เดซิเบลเอ ทุกวัน คือ ถ.ตรีเพชร ถ.ลาดพร้าว ส่วนพื้นที่ในต่างจังหวัดระดับเสียงริมถนนมีค่า 54.0 – 76.6 เดซิเบลเอ บริเวณที่มีปัญหามากที่สุด คือ จ.สระบุรี เนื่องจากการจราจร สถานการณ์กากของเสียและสารอันตราย ปี 2552 ทั่วประเทศมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 15 ล้านตัน หรือวันละ 41,240 ตัน ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2551 เขต กทม. มี ขยะมูลฝอยประมาณวันละ 8,900 ตัน หรือ ร้อยละ 21 ในเขตเทศบาลเมืองและเมืองพัทยามีประมาณวันละ 15,560 ตัน หรือ ร้อยละ 38 และในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ประมาณวันละ 16,780 ตัน หรือ ร้อยละ 41 ขยะมูลฝอยทั่วประเทศได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการประมาณ 17,645 ตันต่อวัน หรือร้อยละ 43 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศ ของ เสียอันตราย ในปี 2552 คาดว่ามีของเสียอันตรายเกิดขึ้นประมาณ 3.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ประมาณ 20,000 ตัน มาจากภาคอุตสาหกรรม 2.4 ล้านตัน และจากชุมชน 0.7 ล้าน ทั้งนี้ของเสียอันตรายกว่าร้อยละ 70 ยังคงเกิดขึ้นในกทม. ปริมณฑล และภาคตะวันออก สาร อันตราย ในปี 2552 คาดว่ามีการใช้สารเคมีของประเทศประมาณ 29 ล้านตัน โดยเป็นการผลิตในประเทศประมาณ 24 ล้านตัน และนำเข้าจากต่างประเทศ 5 ล้านตัน มีผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากสารเคมีทั้งสิ้น 1,769 ราย เป็นผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากสารเคมีด้านอุตสาหกรรม ได้แก่ พิษจากโลหะหนัก พิษจากสารปิโตรเลียม เช่น เบนซีน โทลูอีน และไซลีน พิษจากแก๊สและไอระเหย รวม 249 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ 1,520 ราย อุบัติภัย ฉุกเฉินจากสารเคมี ปี 2552 (มกราคม 2552 – 21 ธันวาคม 2552) เกิดอุบัติภัยจากสารเคมี ทั้งสิ้น 47 ครั้ง โดยเป็นเหตุที่เกิดขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรมและโกดังเก็บสารเคมี 10 ครั้ง เกิดจากการขนส่งสารเคมี 15 ครั้ง และการลักลอบทิ้งสารเคมีและของเสียอันตราย 13 ครั้ง และอื่นๆ 9 ครั้ง มีผู้ได้รับผลกระทบ/บาดเจ็บ 891 ราย และเสียชีวิต 2 ราย การร้องเรียนปัญหามลพิษ จาก สถิติการเรื่องร้องเรียนปัญหามลพิษ ตั้งแต่มกราคมถึง 21 ธันวาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 381 เรื่อง ลดลงจากปี 2551 ในช่วงเวลาเดียวกัน จำนวน 125 เรื่อง ปัญหามลพิษที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่ กลิ่นเหม็น ร้อยละ 40 ฝุ่นละออง/เขม่าควัน ร้อยละ 25 เสียงดัง/เสียงรบกวน ร้อยละ 20 น้ำเสีย ร้อยละ 10 ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ร้อยละ 3 ของเสียอันตราย ร้อยละ 1 และความสั่นสะเทือน ร้อยละ 1 จังหวัดที่มีการร้องเรียนมากที่สุด คือ กทม. สมุทรปราการ นครปฐม และ สมุทรสาคร
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น